หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2554

✿ ประเพณี บุญบั้งไฟ ยโสธร

ประเพณี บุญบั้งไฟ กำเนิดจากไหนนั้น ยังไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจน แต่ก็ยังปรากฏ ประเพณีนี้ในภาคเหนือ (เรียกว่า ประเพณีจิบอกไฟ)ส่วนหลักฐานเอกสารในภาคอีสาน ปรากฏใน วรรณกรรมท้องถิ่นเรื่อง ผาแดง-นางไอ่ ซึ่งกล่าวถึงตำนานบุญบั้งไฟบ้าง

  ส่วนความเป็นมาและตำนานเกี่ยวกับบุญบั้งไฟมีหลายประการ ด้วยผู้รู้หลายท่านได้กล่าวไว้ เช่น

     สิริวัฒน์ คำวันสา ได้ให้ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับต้นเหตุความเป็นมาของประเพณีบุญบั้งไฟ ในแง่ต่างๆไว้ว่าด้านศาสนาพราหมณ์ มีการบูชาเทพเจ้าด้วยไฟเป็นเครื่องบูชาเทพเจ้าบนสวรรค์ การจุดบั้งไฟ เป็นการละเล่นอย่างหนึ่งและเป็นการบูชาเพื่อให้พระองค์บันดาลในสิ่งที่ตนเอง ต้องการ
ด้านศาสนาพุทธ เป็นการฉลองและบูชาเนื่องในวันวิสาขบูชามีการนำเอาดอกไม้ไฟแบบต่างๆ บั้งไฟ น้ำมัน ไฟธูปเทียนและดินประสิว มีการรักษาศีล ให้ทาน การบวชนาค การฮดสรง การนิมนต์พระเทศน์ ให้เกิดอานิสงส์

✿ จุดประสงค์ของการทำบุญบั้งไฟ

จุดประสงค์ของการทำบุญบั้งไฟ มีหลายอย่าง เช่น
     ๑. การบูชาคุณของพระพุทธเจ้า สืบต่ออายุพระพุทธศาสนา ขอน้ำฝน เชื่อมความ สมัครสมานสามัคคี แสดงการละเล่นการบูชาคุณของพระพุทธเจ้า ชาวอีสานส่วนมากนับถือพระพุทธศาสนา เมื่อถึงเทศกาลเดือน ๖ ซึ่งเป็นวันประสูติ วันตรัสรู้ และวันปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ชาวอีสานจะจัดดอกไม้ธูปเทียนมาบูชา พระพุทธรูป การทำบุญบั้งไฟของชาวอีสานถือว่าเป็นการบูชาพระพุทธเจ้าด้วยเช่นกัน
     ๒. การสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา เนื่องจากการทำบุญบั้งไฟ มีการบวชพระและบวชเณร ในครั้งนี้ด้วย จึงถือว่าเป็นการสืบต่อพระพุทธศาสนา

วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2554

✿ ขั้นตอนการทำบั้งไฟ

1. ลำกล้อง นิยม นำลำไม้มาทะลุปล้องและตากให้แห้ง อาจจะใช้ต้นหมาก ลำตาลไม้ประดู่ ไม้เนื้อแข็งที่มีคุณภาพดี ท่อเหล็กแป๊ป ท่อน้ำ หรือเอลสลอน อย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้แล้วแต่คณะกรรมการจัดงานกำหนด
2. ตัวบั้งไฟ แบบดั้งเดิมใช้กระบอกไม้ไผ่ขนาดยาว สั้น ตามต้องการของแต่ละคูรมีสูตรไม่แน่นอน ไม่เหมือนกับใช้ไม้ไผ่สดทะลวงปล้อง กลวงกลางข้างในออกลนไฟให้แห้งพันรอบขันชะเนาะด้วยเชือกหวายหรือตอกไม้ไผ่ ควั่นให้แน่นเพื่อกันแตก บรรจุดิน ซึ่งเป็นดินปืนสูตรผสมที่เปฯความลับเฉพาะของช่างทำบั้งไฟนั้น ปัจจุบันตัวบั้งไฟนิยมทำด้วยท่อเหล็กหรือเอลสลอน บางครั้งมีลูกไฟด้วย
3. หางบั้งไฟ ไม้ที่จะใช้ทำหางบั้งไฟจะต้องใช้ไม้ไผ่ยาวๆเรียบๆ พอเหมาะกับม้ำหนังของตัวบั้งไฟมัดติดเข้ากับตัวบั้งไฟให้แน่นเพื่อเป็นหาง บังคบให้พุ่งตรงขึ้นไป

✿ การเอ้บั้งไฟ

การเอ้บั้งไฟ (Decrorations of Bangfai) 
คือ การตกแต่งบั้งไฟให้สวยงาม ลักษณะการเอ้บั้งไฟทั่วไปมีดังนี้
1.ใส่กู่โหวด ( SOUND TRACK OF BANGFAI )
2.ใส่หัวนาค หรือหัวหงส์ ( HEAD OF THE SERPEN OR MGTHIOAL BIRD )
3.การตกแต่งส่วนต่างๆด้วยกระดาษสี ( OTHERS DECORATION BY COLOURS PAPER )
1. ใส่กู่โหวค ( SOUND TRACK OF BANGFAI ) ซึ่งทำมาจากไม้ไผ่ขนาดยาว สั้นต่างกัน เพื่อให้เกิดเสียงดังคล้ายโหวด
2. ใส่หัวนาค หรือหัวหงส์ ( HEAD OF THE SERPEN OR MGTHIOAL BIRD )ที่หัวบั้งไฟ
แล้วติดแถบหลัง ติดท้อง และติดพวงมาลัย

✿ ตำนานเรื่องพญาคันคาก


 ตำนานเรื่องพญาคันคาก เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าถือชาติกำเนิดเป็นพญาคางคก ได้อาศัยอยู่ใต้ร่มโพธิ์ใหญ่ในเมืองพันทุมวดี ด้วยเหตุใดไม่แจ้งพญาแถนเทพเจ้าแห่งฝนโกรธเคืองโลกมนุษย์มาก จึงแกล้งไม่ให้ฝนตกนานถึง ๗ เดือน ทำให้เกิดความลำบากยากแค้นอย่างแสนสาหัสแก่มวลมนุษย์ สัตว์และพืช จนกระทั่งพากันล้มตายเป็นจำนวนมาก พวกที่แข็งแรงก็รอดตายและได้พากันมารวมกลุ่มใต้ต้นโพธิ์ใหญ่กับพญาคางคก สรรพสัตว์ทั้งหลายจึงได้หารือกันเพื่อจะหาวิธีการปราบพญาแถน

✿ การเซิ้งบั้งไฟ

การเซิ้งบั้งไฟ


         การเซิ้งบั้งไฟ เป็นการขับร้องเป็นกาพย์ เป็นกลอน ประกอบ เครื่องดนตรี พวกกลอง แคน ฉิ่ง เป็นหมู่คณะเพื่อความสนุกสนาน
         ก. พวกเซิ้งธรรมะ เป็นพวกที่เรียบร้อย เป็นคณะและมีผู้กล่าวนำ มีการฟ้อนแบบต่างๆ ตามที่หัวหน้าคณะจะสั่ง กาพย์เซิ้งก็เป็นคติธรรมสอนใจไปด้วย
         ข. พวกเซิ้งกินเหล้า เป็นพวกคอสุรา ไม่มีขบวน จับกลุ่มกันเล่นเซิ้งไม่เป็นระเบียบกาพย์ก็ตลกโปกฮา ทั้งคำสุภาพ คำหยาบ (แต่เขาไม่ถือว่าเสียหาย)

✿ องค์ประกอบของบั้งไฟ

องค์ประกอบของบั้งไฟ     
บั้งไฟ   พจนานุกรมภาคอีสาน - ภาคกลาง ฉบับปณิธานสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ดิสสมหาเถระ) ให้ความหมายของบั้งไฟไว้ว่า หมายถึงจรวดชนิดหนึ่งมีหางยาวจุดทะยานขึ้นบนท้องฟ้า มีขนาดต่าง ๆ กันเช่น บั้งไฟหมื่นบั้งไฟแสนเป็นต้น บางครั้งมีผู้เรียกร้องว่าบ้องไฟที่ถูกควรจะเป็นบั้งเพราะบั้งมายถึงส่งที่เป็นกระบอก เช่นบั้งบทิงเป็นกระบอกใส่น้ำดื่ม บั้งข้าวหลาม เป็นกระบอกบรรจุข้าวเหนียวใส่น้ำกะทิแล้วเผาให้สุกเป็นต้น

วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554

✿ ขนาดการทำบั้งไฟ

ขนาดการทำบั้งไฟ

ภาพ:Bangfai_6.jpg

         1. บั้งไฟร้อย มีน้ำหนักดินปืนหรือดินดำประมาณ 3 ก.ก.
        2. บั้งไฟหมื่น มีน้ำหนักดินปืนหรือดินดำประมาณ 12 ก.ก.
        3. บั้งไฟแสน มีน้ำหนักดินปืนหรือดินดำประมาณ 120 ก.ก.
        4. บั้งไฟล้าน มีน้ำหนักดินปืนหรือดินดำประมาณ 500 ก.ก.

✿ การแห่บั้งไฟ

การแห่บั้งไฟ     

     การแห่บั้งไฟจะกำหนดไว้ ๓ วัน คือ วันสุกดิบ วันประชุมเล่นรื่นเริง และวันจุดบั้งไฟ ในวัน สุกดิบ คณะเซิ้งบั้งไฟแต่ละคุ้ม แต่ละคณะจะนำบั้งไฟของตนพร้อมด้วยขบวนแห่มายังหมู่บ้านที่แจ้งฎีกา โดยจะแห่ไปรวมกันที่วัด และที่วัดจะมีการทำบุญและเลี้ยงแขก ผู้ที่มีหน้าที่ต้อนรับจะปลูกกระท่อมเล็ก เรียกว่า "ผาม" ขึ้นตามลานวัด เพื่อเป็นที่จุดบั้งไฟและเป็นที่รับแขกที่จะมาประชุมกัน ทุกๆคนที่มาร่วมงานกัน ล้วนแต่งกายอย่างสวยงามทั้งหญิงและชาย โดยเฉพาะสาวๆ ถ้าสาวบ้านไหนไม่ไปเท่ากับผู้เฒ่าผู้แก่บ้านนั้น ไม่ยินดีร่วมทำบุญและไม่ร่วมมือ ถ้าพ่อแม่ขัดข้องโดยไม่มีเหตุจำเป็นจะเป็นบาป ตายแล้วต้องตกนรก แสนกัปแสนกัลป์ และเป็นเหตุให้บ้านเมืองเดือดร้อน ฟ้าฝนไม่อุดมสมบูรณ์ทำไร่ทำนาไม่ได้ผล ปัจจุบัน จังหวัดยโสธรได้จัดให้บั้งไฟคณะต่างๆ ไปทำพิธีบวงสรวงคารวะเจ้าปู่เจ้าพ่อหลักเมือง แล้วแต่ละคุ้มจะรำ เซิ้งเพื่อขอบริจาคไปตามสถานที่ต่างๆ ได้

✿ ประเภทของบั้งไฟ

ประเภทของบั้งไฟ               

บั้งไฟโหวด
...บั้งไฟโบดหรือโหวดเป็นบั้งไฟขนาดเล็กตัวกระบอกจะยาวขึ้น ประมาณ ๔-๑๐
นิ้วบรรจุหมื่อหนักประมาณ ๑ ส่วน ๘ ถึง ๑ ส่วน ๒ กิโลกรัม ใช้หางยาวประมาณ
๑-๔ เมตร มีกระบอกไม้ไผ่เล็กๆ มัดวางรอบตัวบั้งไฟ นิยมทำประกอบกันในบั้งไฟ
ใหญ่ ( บั้งไฟหมื่น , บั้งไฟแสน ) ปัจจุบันไม่ค่อยนิยมทำ เพราะไม่มีช่าง

        บั้งไฟม้า
...บั้ง ไฟชนิดนี้เป็นบั้งไฟขนาดเล็กจุดไปตามทิศทางที่กำหนดใช้เส้นลวดเป็นวิถีตรึง ไปยังเป้าหมายที่ต้องการ ลักษณะทั่วไปเป็นบั้งไฟที่ทำจากกระบอกไม้ไผ่ ๑ ปล้อง ขนาดแล้วแต่ต้องการ โดยทั่วไเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๒ นิ้ว ยาวประมาณ ๑ ฟุตทางภาคกลางและภาคอีสานเรียกว่า “ ลูกหนู ” คล้ายม้าที่กำลังวิ่ง ถ้าติดรูปอะไรก็เรียกชื่อไปตามนั้น เป็นคนขี่ม้า รูปวัว แล้วแต่จะทำรูปอะไร บางครั้งภาคเหนือเรียกว่า บอกไฟยิง